SUFFIX
Suffix (ปัจจัย) คือคำที่เติมท้ายคำอื่น แล้วให้คำนั้นเปลี่ยนชนิดของคำไป (เช่น อาจเปลี่ยนจากคำนามเป็นคำคุณศัพท์ เป็นต้น) แต่ความหมายของคำนั้นยังเหมือนเดิม เช่น employ (ว่าจ้าง) เป็น verb (คำกริยา) หากเราเติม Suffix "-er" เป็น employer(นายจ้าง ความหมายยังคล้ายของเดิม แต่ขอให้สังเกตว่าจะเปลี่ยนหน้าที่เป็น noun (คำนาม)เพื่อความสะดวกในการจำ เลยได้รวบรวมเป็นกลุ่มๆไว้ดังนี้1. Noun Suffix คือ คำนามที่ถูกสร้างขึ้นมา ซึ่งแบ่งเป็น 2 พวกใหญ่ๆ คือ - คำนามที่แสดงตัวผู้กระทำ (denoting an agent) ซึ่งถูกสร้างมาจาก Suffix ดังต่อไปนี้-ant / -ent / - ar / -er / -ard /-eer / -ess / - ier / -yer / -ian / -ist / -or / -ster / -monger ใช้เติมหลังคำกริยาหรือคำนาม , adj เพื่อให้เป็น นามผู้กระทำการเท่านั้น - คำนามที่แสดงตัวผู้รับการกระทำ (denoting the receiver of an action) -ee / -ite / -ive2.Verb Suffix คือ คำกริยาที่สร้างมาจาก Suffix อันได้แก่ -ate / -en / -fy / -ise / -ize3. Adjective Suffix คือ คำคุณศพท์ที่เกิดจากการเติม Suffix ต่อไปนี้โดยจะแยกเป็นกลุ่ม ๆ คือ 3.1 -able / -ble / -ile = สามารถ 3.2 -ac / -al / -an / -ary / -ic / -ical = เกี่ยวกับ3.3 -acious / -ant / -ent / -ative = มีแนวโน้มที่จะ 3.4 -ful / -os / -ous / -olent = เต็มไปด้วย4.Suffix กลุ่มอื่นๆที่น่าสนใจ 4.1 "เหมือน ราวกับ" -ile / -ish / -like / -y4.2 "บอกถึงสถานที่" -ary / -ery / -ory / -orium / -arium 4.3 "เล็กน้อย น้อย" -cule / -cle / -ette / -let / -less / -ling
เขียน โดย นางสาว อัญชนา พรมหรัตน์ 51112517102 B1
วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
PrefixPrefix
คือคำที่ใช้นำหน้าคำอื่นเพื่อเปลี่ยนแปลงความหมายของคำเดิม เช่น prehistory คำว่า pre เป็น prefix แปลว่า ก่อน เอาไปเติมหน้าคำว่า history ที่แปลว่าประวัติศาสตร์ ให้ เปลี่ยนความหมายของคำว่า history เลยกลายเป็น ก่อนประวัติศาสตร์ถ้าเข้าใจ prefix ดี ความรู้ภาษาอังกฤษจะกว้างขวางขึ้นมาก เพราะได้คำใหม่อีกเท่าตัวprefix แบ่งได้ตามความหมาย๑) แสดงจำนวน เช่นครึ่ง semiannualหนึ่ง unicycleสอง binary, bimonthlyสาม triangleสี่ quadrangleร้อย centilitreพัน kilocycle๒) แสดงความไม่ใช่illegal, immoral, unskilled, nonbreakable, contradict๓) แสดงเวลา ก่อน หลัง อีกprewar, postwar, rewrite๔) แสดงทิศทางหรือตำแหน่ง เช่น เหนือ ข้างบน ข้างล่าง ข้าม ข้างหน้า ข้างหลัง รอบๆprefix, transport, supersonic, subterranean, recede, perimeterPrefixes Prefix แปลว่า “อุปสรรค”หมายถึงคำที่ใช้เติมเข้าข้างหน้าคำอื่นแล้วทำให้คำคำนั้นมีความหมายผิดไปจากเดิม เราเรียนคำเช่นนี้ว่า “Prefix” = อุปสรรคในภาษาอังกฤษอุปสรรคที่ใช้กันมากและมักพบ เห็นบ่อย ๆ มีอยู่ 10 ตัว คือ1. –Un (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) หรือ คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb)เมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายตรงกันข้าม เช่นsuitable เหมาะสม unsuitable ไม่เหมาะสมcountable นับได้ uncountable นับไม่ได้2. –Im (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) หรือ คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) เมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายตรงกันข้าม เช่นpure บริสุทธิ์ impure ไม่บริสุทธิ์.polite สุภาพ impolite ไม่สุภาพ3. –In (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) เท่านั้นเมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายdirect ตรง indirect ไม่ตรงexpensive แพง inexpensive ไม่แพง4. –Re (อีก) ใช้สำหรับเติมหน้าคำกริยา (verb)หรือคำนามที่มาจากกริยาเท่านั้นเมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายว่า “ทำอีก” เช่นwrite เขียน rewrite เขียนใหม่speak พูด respeak พูดอีก5. –Dis (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้ากริยา (verb) หรือเติมหน้าคุณศัพท์ (Adjective)และเมื่อเติมแล้ว ทำให้คำนั้นมีความหมายตรงกันข้ามlike ชอบ dislike ไม่ชอบagree เห็นด้วย disagree ไม่เห็นด้วย 6. –Mis (ผิด) ใช้สำหรับนำหน้าหรือเติมหน้าคำกริยา (verb) เท่านั้นเมื่อเติมแล้วทำให้กริยาตัวนั้น มีความหมายว่า “กระทำผิด” เช่นwrite เขียน miswrite เขียนผิดspell สะกดตัว misspell สะกดตัวผิด7. –Pre (ก่อน) ใช้สำหรับเติมหน้าคำนาม (Noun) หรือกริยา (verb)เมื่อเติมแล้วทำให้นามนั้นมีความหมายว่า “ก่อน , หรือทำก่อน” เช่นhistory ประวัติศาสตร์ prehistory ก่อนประวัติศาสตร์university มหาวิทยาลัย preuniversity ก่อนมหาวิทยาลัยdirect ตรง indirect ไม่ตรงexpensive แพง inexpensive ไม่แพง8. –Tri (สาม)ใช้สำหรับเติมหน้าคำนามและเมื่อเติม tri เข้าข้างหน้าแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายว่า “สาม” ขึ้นมาทันที เช่นคำเดิม คำแปล เติมอุปสรรค tri แล้ว คำแปลangle เหลี่ยม triangle รูปสามเหลี่ยมcycle จักรยาน tricycle รถสามล้อ9. –Bi (สอง) ใช้สำหรับเติมหน้าคำนาม และเมื่อเติม bi เข้าข้างหน้าแล้วทำให้คำนั้นมีความหมาย“สอง”ขึ้นมาทันที เช่นcycle จักรยาน bicycle จักรยานสองล้อpolar ขั้วโลก bipolar มีสองขั้วโลก10. –En อุปสรรคตัวนี้ไม่มีคำแปลเป็นเอกเทศเพียงแต่ว่าเมื่อนำไปเติมข้างหน้าคำนามหรือคำคุณศัพท์แล้วทำให้คำนั้นกลับเป็นกริยา (verb) ขึ้นมาทันที เช่นcamp ค่ายพัก encamp ตั้งค่ายsure แน่ใจ ensure รับประกัน
เขียนโดยนางสาว อัญชนา พรมหรัตน์ 51112517102 B1
คือคำที่ใช้นำหน้าคำอื่นเพื่อเปลี่ยนแปลงความหมายของคำเดิม เช่น prehistory คำว่า pre เป็น prefix แปลว่า ก่อน เอาไปเติมหน้าคำว่า history ที่แปลว่าประวัติศาสตร์ ให้ เปลี่ยนความหมายของคำว่า history เลยกลายเป็น ก่อนประวัติศาสตร์ถ้าเข้าใจ prefix ดี ความรู้ภาษาอังกฤษจะกว้างขวางขึ้นมาก เพราะได้คำใหม่อีกเท่าตัวprefix แบ่งได้ตามความหมาย๑) แสดงจำนวน เช่นครึ่ง semiannualหนึ่ง unicycleสอง binary, bimonthlyสาม triangleสี่ quadrangleร้อย centilitreพัน kilocycle๒) แสดงความไม่ใช่illegal, immoral, unskilled, nonbreakable, contradict๓) แสดงเวลา ก่อน หลัง อีกprewar, postwar, rewrite๔) แสดงทิศทางหรือตำแหน่ง เช่น เหนือ ข้างบน ข้างล่าง ข้าม ข้างหน้า ข้างหลัง รอบๆprefix, transport, supersonic, subterranean, recede, perimeterPrefixes Prefix แปลว่า “อุปสรรค”หมายถึงคำที่ใช้เติมเข้าข้างหน้าคำอื่นแล้วทำให้คำคำนั้นมีความหมายผิดไปจากเดิม เราเรียนคำเช่นนี้ว่า “Prefix” = อุปสรรคในภาษาอังกฤษอุปสรรคที่ใช้กันมากและมักพบ เห็นบ่อย ๆ มีอยู่ 10 ตัว คือ1. –Un (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) หรือ คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb)เมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายตรงกันข้าม เช่นsuitable เหมาะสม unsuitable ไม่เหมาะสมcountable นับได้ uncountable นับไม่ได้2. –Im (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) หรือ คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) เมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายตรงกันข้าม เช่นpure บริสุทธิ์ impure ไม่บริสุทธิ์.polite สุภาพ impolite ไม่สุภาพ3. –In (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) เท่านั้นเมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายdirect ตรง indirect ไม่ตรงexpensive แพง inexpensive ไม่แพง4. –Re (อีก) ใช้สำหรับเติมหน้าคำกริยา (verb)หรือคำนามที่มาจากกริยาเท่านั้นเมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายว่า “ทำอีก” เช่นwrite เขียน rewrite เขียนใหม่speak พูด respeak พูดอีก5. –Dis (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้ากริยา (verb) หรือเติมหน้าคุณศัพท์ (Adjective)และเมื่อเติมแล้ว ทำให้คำนั้นมีความหมายตรงกันข้ามlike ชอบ dislike ไม่ชอบagree เห็นด้วย disagree ไม่เห็นด้วย 6. –Mis (ผิด) ใช้สำหรับนำหน้าหรือเติมหน้าคำกริยา (verb) เท่านั้นเมื่อเติมแล้วทำให้กริยาตัวนั้น มีความหมายว่า “กระทำผิด” เช่นwrite เขียน miswrite เขียนผิดspell สะกดตัว misspell สะกดตัวผิด7. –Pre (ก่อน) ใช้สำหรับเติมหน้าคำนาม (Noun) หรือกริยา (verb)เมื่อเติมแล้วทำให้นามนั้นมีความหมายว่า “ก่อน , หรือทำก่อน” เช่นhistory ประวัติศาสตร์ prehistory ก่อนประวัติศาสตร์university มหาวิทยาลัย preuniversity ก่อนมหาวิทยาลัยdirect ตรง indirect ไม่ตรงexpensive แพง inexpensive ไม่แพง8. –Tri (สาม)ใช้สำหรับเติมหน้าคำนามและเมื่อเติม tri เข้าข้างหน้าแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายว่า “สาม” ขึ้นมาทันที เช่นคำเดิม คำแปล เติมอุปสรรค tri แล้ว คำแปลangle เหลี่ยม triangle รูปสามเหลี่ยมcycle จักรยาน tricycle รถสามล้อ9. –Bi (สอง) ใช้สำหรับเติมหน้าคำนาม และเมื่อเติม bi เข้าข้างหน้าแล้วทำให้คำนั้นมีความหมาย“สอง”ขึ้นมาทันที เช่นcycle จักรยาน bicycle จักรยานสองล้อpolar ขั้วโลก bipolar มีสองขั้วโลก10. –En อุปสรรคตัวนี้ไม่มีคำแปลเป็นเอกเทศเพียงแต่ว่าเมื่อนำไปเติมข้างหน้าคำนามหรือคำคุณศัพท์แล้วทำให้คำนั้นกลับเป็นกริยา (verb) ขึ้นมาทันที เช่นcamp ค่ายพัก encamp ตั้งค่ายsure แน่ใจ ensure รับประกัน
เขียนโดยนางสาว อัญชนา พรมหรัตน์ 51112517102 B1
CONTEXT
Context Clues การเดาความหมายจากบริบทการสังเกตrestatement หรือการกล่าวซ้ำความหมายของคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยสามารถดูได้จากตัวชี้แนะหรือ คำสัญญาน(clues/signal words)และเครื่องหมายวรรคตอน(punctuation) ดังนี้ตัวชี้แนะหรือคำสัญญาน ได้แก่or(หรือ),that is(นั้นคือ),that is to say/i.e.(นั้นคือ),in other word(กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ)to put in another way(กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ)เครื่องหมายวรรคตอน,....... comma,......, commas- dash-......- dashes(......) parentheses วงเล็บExample type = ยกตัวอย่างfor example /e.g.for instancesuch as = ตัวอย่างเช่น,ยกตัวอย่างsuch....aslike*e.g. เป็นภาษาละติน คือ example gratiaแปลว่าfor exampleเครื่องหมายวรรคตอน, comma: colon- dashเป็นการเปรียบเทียบหรือเปรียบเหมือนas / as.... เหมือนกับlike / alike เหมือนกับsimilar to เหมือนกับ,คล้ายกับresemple(v) เหมือนกับsimilarily(adv) ในทำนองเดียวกันlikewise(adv) ในทำนองเดียวกันcorrespondingly(adv) ในทำนองเดียวกันin the same way(adv) ในทำนองเดียวกันin like manner(adv) ในทำนองเดียวกันcomparing เปรียบเทียบกับcompare with เปรียบเทียบกับas if / as though ราวกับว่าเปรียบต่างbut / yet แต่however / nevertherless แต่อย่างไรก็ตามthough / although / even though แม้ว่าwhile / whereas ในขณะที่(แสดงการแย้งกัน)on the other hand ในทางตรงกันข้ามon the contrary ในทางตรงกันข้ามin contrast ในทางตรงกันข้ามconversely ในทางกลับกันin spite of / despite แม้ว่า
เขียนโดย นางสาว อัญชนา พรมหรัตน์ 51112517102 B1
Context Clues การเดาความหมายจากบริบทการสังเกตrestatement หรือการกล่าวซ้ำความหมายของคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยสามารถดูได้จากตัวชี้แนะหรือ คำสัญญาน(clues/signal words)และเครื่องหมายวรรคตอน(punctuation) ดังนี้ตัวชี้แนะหรือคำสัญญาน ได้แก่or(หรือ),that is(นั้นคือ),that is to say/i.e.(นั้นคือ),in other word(กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ)to put in another way(กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ)เครื่องหมายวรรคตอน,....... comma,......, commas- dash-......- dashes(......) parentheses วงเล็บExample type = ยกตัวอย่างfor example /e.g.for instancesuch as = ตัวอย่างเช่น,ยกตัวอย่างsuch....aslike*e.g. เป็นภาษาละติน คือ example gratiaแปลว่าfor exampleเครื่องหมายวรรคตอน, comma: colon- dashเป็นการเปรียบเทียบหรือเปรียบเหมือนas / as.... เหมือนกับlike / alike เหมือนกับsimilar to เหมือนกับ,คล้ายกับresemple(v) เหมือนกับsimilarily(adv) ในทำนองเดียวกันlikewise(adv) ในทำนองเดียวกันcorrespondingly(adv) ในทำนองเดียวกันin the same way(adv) ในทำนองเดียวกันin like manner(adv) ในทำนองเดียวกันcomparing เปรียบเทียบกับcompare with เปรียบเทียบกับas if / as though ราวกับว่าเปรียบต่างbut / yet แต่however / nevertherless แต่อย่างไรก็ตามthough / although / even though แม้ว่าwhile / whereas ในขณะที่(แสดงการแย้งกัน)on the other hand ในทางตรงกันข้ามon the contrary ในทางตรงกันข้ามin contrast ในทางตรงกันข้ามconversely ในทางกลับกันin spite of / despite แม้ว่า
เขียนโดย นางสาว อัญชนา พรมหรัตน์ 51112517102 B1
DICNIONARY
การใช้ DICNIONARY1. Headword is the first word of an entry in a dictionary. It is listed alphabetically.Headword คือ คำที่เราต้องการค้นหา หรือคำแรกที่ขึ้นต้นในหน้าที่เรากำลังค้นหานั้นเอง2. Part of speech deseribes the function of the word, for example; noun, verb, adjective of adverb.Part of speech คือ ส่วนประกอบของคำในภาษาอังกฤษ เช่น คำนาม คำสรรพนาม กริยา กริยาวิเศษ ถ้าเราเปิดดูคำศัพท์เราก็จะรู้ว่าคำนั้น เป็นคำอะไร แล้วส่วนประกอบของคำเป็นอย่างไร3. Pronunciation describes the way in which a word is pronounced.Pronunciation ก็คือการออกเสียง เวลาเราดู Dictionary เราสามารถดูได้ว่าคำนี้สามารถออกเสียงได้ อย่างไร4. Meaning informs a word or words mean including American and British English.Meaning informs คือ ความหมายของคำศัพท์ ว่าความหมายคืออะไร มีกี่ความหมาย คำศัพท์บางตัว มีหลายความหมาย5. Sample sentence shows how to use a word in a sentence.Sample sentence คือ ตัวอย่างประโยคที่แสดงให้ดู6. Idiom describes an expression whose meaning is different from the meaning of the individual words.Idiom describes คือสำนวนที่แสดงให้ดูว่าคำศัพท์นั้นสามารถนำมาสร้างเป็น สำนวนได้หรือไม่7. Phrasal verb describes a verb that is formed from two or more words: a verb and a preposition such as go on, sit up, take off.Phrasal verb คือ วลี ที่สามารถนำมาสร้างเป็นคำได้ เช่น sit up, take off.
เขียนโดย นางสาว อัญชนา พรมหรัตน์ 51112517102 B1
การใช้ DICNIONARY1. Headword is the first word of an entry in a dictionary. It is listed alphabetically.Headword คือ คำที่เราต้องการค้นหา หรือคำแรกที่ขึ้นต้นในหน้าที่เรากำลังค้นหานั้นเอง2. Part of speech deseribes the function of the word, for example; noun, verb, adjective of adverb.Part of speech คือ ส่วนประกอบของคำในภาษาอังกฤษ เช่น คำนาม คำสรรพนาม กริยา กริยาวิเศษ ถ้าเราเปิดดูคำศัพท์เราก็จะรู้ว่าคำนั้น เป็นคำอะไร แล้วส่วนประกอบของคำเป็นอย่างไร3. Pronunciation describes the way in which a word is pronounced.Pronunciation ก็คือการออกเสียง เวลาเราดู Dictionary เราสามารถดูได้ว่าคำนี้สามารถออกเสียงได้ อย่างไร4. Meaning informs a word or words mean including American and British English.Meaning informs คือ ความหมายของคำศัพท์ ว่าความหมายคืออะไร มีกี่ความหมาย คำศัพท์บางตัว มีหลายความหมาย5. Sample sentence shows how to use a word in a sentence.Sample sentence คือ ตัวอย่างประโยคที่แสดงให้ดู6. Idiom describes an expression whose meaning is different from the meaning of the individual words.Idiom describes คือสำนวนที่แสดงให้ดูว่าคำศัพท์นั้นสามารถนำมาสร้างเป็น สำนวนได้หรือไม่7. Phrasal verb describes a verb that is formed from two or more words: a verb and a preposition such as go on, sit up, take off.Phrasal verb คือ วลี ที่สามารถนำมาสร้างเป็นคำได้ เช่น sit up, take off.
เขียนโดย นางสาว อัญชนา พรมหรัตน์ 51112517102 B1
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)